10 ข้อเท็จจริงของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Jk rowling

เจ.เค.โรว์ลิ่ง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนที่เคยพบกับความยากลำบากแต่ก็สามารถต่อสู้จนประสบความสำเร็จสูงสุด เธอเลิกกับสามีหลังจากคลอดลูกได้แค่สองเดือน ต้องเลี้ยงลูกเองโดยลำพัง ต้องใช้ชีวิตโดยได้รับสวัสดิการช่วยเหลือจากรัฐ หลังจากแต่งนิยายเสร็จก็ต้องโดนสำนักพิมพ์ปฏิเสธไปตั้ง 12 ครั้งกว่าจะได้ตีพิมพ์ และยังมีอีกหลายเรื่องของเธอที่ท่านผู้อ่านอาจไม่เคยทราบมาก่อนไปชมกันเลย

1.ความทรงจำอันน่าเศร้า

เธอเปิดเผยว่ารู้สึกเศร้าเสียใจเรื่องแม่อย่างมาก แม่ของเธอป่วยเสียชีวิตด้วยอายุเพียง 45 ปี ก่อนที่จะได้เห็นเธอประสบความสำเร็จในฐานะนักเขียน และก็ไม่ได้เห็นเธอตอนเป็นเศรษฐีเงินล้านอีกด้วย ที่สำคัญแม่ของเธอไม่เคยรู้เลยว่าเธอแต่งนิยายเรื่อง “แฮรี่พอตเตอร์” ขึ้นมา เธอเล่าว่าแม่ของเธอเป็นนักอ่านตัวยงและจะต้องตื่นเต้นมากแน่ๆเมื่อรู้เรื่องผลงานของเธอ โดยเฉพาะถ้าแม่รู้เรื่องที่เธอประสบความสำเร็จในฐานะนักเขียน แม่ต้องภูมิใจมากแน่

เธอกล่าวว่า “ฉันเริ่มเขียนนิยายเรื่องนี้ 6 เดือนก่อนที่แม่จะเสียชีวิต , มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก , ฉันอยากให้แม่รู้เรื่องผลงานของฉันจริงๆ”

2.คำพูดสุดท้ายในนิยายแฮรี่

อ้างอิงจากนิยายเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เจ.เค. โรว์ลิ่ง เคยคิดจะให้คำสุดท้ายในนิยายชุด “แฮรี่พอตเตอร์” เป็นคำว่า “Scar” ซึ่งแปลว่า “แผลเป็น” แต่ในที่สุดเธอก็เปลี่ยนใจไปใช้คำว่า “All was well” ซึ่งแปลว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยดี”

3.ความนิยมของกีฬา “กีฬาควิดดิช”

ในปัจจุบันมีการเอากีฬาควิดดิช (Quidditch) ซึ่งผู้เล่นทุกคนต้องขี่ไม้กวาด และมีการใช้ลูกบอลสี่ลูก เอามาใช้แข่งขันกันในชีวิตจริงแถมยังมีการแข่งขันระดับพรีเมียร์ลีกแล้วด้วย ไม่ได้เป็นแค่กีฬาในนิยายเวทย์มนต์อีกต่อไป

4.นิยายเล่มที่เธอชอบที่สุด

เมื่อนักข่าวถามว่าเธอชอบนิยายที่ตัวเองแต่งเล่มไหนมากที่สุด เจ.เค.โรว์ลิ่ง  ก็ตอบว่ามีแฮรี่พ็อตเตอร์อยู่สองตอนที่เธอชอบมากเลยคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ และ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต แล้วก็ยังมีนิยายเรื่อง เก้าอี้ว่าง (The Casual Vacancy)

5.คาแรคเตอร์ของ “รูเบอัส แฮกริด”

นาย “ร็อบบี้ โคลทราน” นักแสดงชายผู้รับบท “รูเบอัส แฮกริด” ได้เคยบอกว่า เจ.เค.โรว์ลิ่ง ได้ใช้คาแรคเตอร์ของสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มคนขับมอเตอร์ไซค์  “Hell’s Angels” ที่เธอเคยเจอมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบตัวละครนี้

 

6.นิยายสำหรับผู้ใหญ่เล่มแรกของเธอ

สำหรับนิยายเรื่อง “เก้าอี้ว่าง” ถือเป็นครั้งแรกเลยที่เธอหันไปแต่งนิยายสำหรับผู้ใหญ่ นิยายเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ.2012 ในที่สุดก็ถูกเอาไปดัดแปลงแบ่งเนื้อเรื่องออกไปเป็นสามส่วนเพื่อใช้สร้างเป็นมินิซีรี่ย์ ซึ่งฉายทางช่อง HBO และ BBC ในปี ค.ศ.2015

7.ฮีโร่ในวรรณกรรม

ในขณะที่เธออยู่ในวัยกำลังโต เธอชอบตัวละครชื่อ “Jo March” จากนิยายเรื่องสี่ดรุณี(Little Women) ซึ่งเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งและมีความทะเยอทะยานสูงเช่นเดียวกับตัวเธอเอง แถมยังชื่อ “โจ” เหมือนกับชื่อของเธออีกด้วย

8.เธอเคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษด้วยนะ

เธอเคยไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในเมือง “Porto” เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นเมืองที่เธอได้เริ่มแต่งโครงเรื่องของ “แฮรี่ พ็อตเตอร์” ขึ้นมาในจินตนาการของเธอทั้งหมดเจ็ดตอนเลย และยังเริ่มต้นแต่งเล่มแรกที่เมืองนี้อีกด้วย

9.ตอนที่เธออายุ 45

ในตอนที่เธอเริ่มมีอายุ 45 ซึ่งเป็นอายุเดียวกันกับตอนที่แม่เธอเสียชีวิตเธอได้ทำการบริจาคเงิน 10 ล้านยูโรให้กับมหาวิทยาลัย “University of Edinburgh” เพื่อใช้เปิดคลีนิคชื่อ  “Anne Rowling Degenerative Neurology Clinic” เพื่อเป็นเกียรติ์ให้กับแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว

10.เรื่องอื่นๆของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ที่คุณอาจไม่เคยรู้

เธอมีวันเกิดเดียวกันกับแฮรี่พ็อตเตอร์คือวันที่ 31 กรกฎาคม , นิยายเล่มแรกถูกตีพิมพ์แค่ 1,000 เล่ม แต่ในวันนี้มีการตีพิมพ์นิยายเรื่องนี้ไปทั่วโลกแล้วกว่า 500 ล้านเล่ม , เธอเป็นแฟนเกม Minecraft และชอบเล่นเกมนี้กับลูกชาย , ในการแต่งงานครั้งที่สองเธอต้องปลอมตัวไปซื้อชุดแต่งงานเพราะไม่อยากให้คนจำเธอได้ , เธอไม่อ่านนิยายเรื่อง “Fifty Shades of Grey” , เธอเคยเป็นแขกรับเชิญในการ์ตูนเรื่อง “The Simpsons” ในปี ค.ศ.2003 , ในเบื้องต้นเธอได้ค่าตอบแทนจากต้นฉบับแฮรี่พ็อตเตอร์แค่เพียง 1,500 ยูโรเท่านั้น มาจนถึงวันนี้รายได้สุทธิของเธอคือ 1 พันล้านดอลลาร์!!

 

 

 

This entry was posted in ART.

วัฒนธรรมการเต้นของชาวยุโรป

ชาวยุโรป เป็นหนึ่งในชนชาติที่มีวัฒนธรรมโดดเด่นในหลายเรื่อง การเต้น เป็นหนึ่งในนั้น  การเต้น  (Dance)  เป็นหนึ่งใน ศิลปะการแสดงของตะวันตก (Western Performing Arts)  การเต้นขอชาวยุโรปมีรูปแบบที่หลากหลายและใช้ในหลายกิจกรรมที่แตกต่างกัน มีทั้งการเต้นเพื่อความสนุกสนาน การเต้นเพื่อการเข้าสังคม และการเต้นที่เป็นศิลปะชั้นสูง ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น เราขอนำเอาการเต้นของชาวยุโรปมานำเสนอโดยได้คัดเอาการเต้นที่ได้รับความนิยมสูงมานำเสนอ

วัฒนธรรมการเต้นของชาวยุโรป

บัลเล่ต์ (Ballet) หรือระบำปลายเท้า เป็น การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ใช้การถ่วงดุลน้ำหนัก และการสร้างรูปทรงของร่างกายให้งดงาม โดยเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรี  สามารถแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ต่างๆ เช่น อารมณ์เศร้า อารมณ์อ่อนหวาน อารมณ์รุนแรง ใช้ดนตรียังทำหน้าที่ดำเนินเรื่องแทนการใช้บทสนทนาหรือบทพากย์   เรื่องที่นิยมนำมาแสดงได้แก่ Swan Lake , เจ้าหญิงนิทรา, นัทแครกเกร์อ

การเต้นลีลาศ (Social Dance) คือการเต้นรำเข้าจังหวะของชาวตะวันตกที่นิยมเต้นเป็นคู่  เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อการเข้าสังคมชองชาวยุโรป แบ่งเป็น ประเภทบอลล์รูม (Ballroom) คือลีลาศที่ใช้จังหวะนิ่มนวล สง่างาม ลำตัวจะตั้งตรงเป็นส่วนใหญ่ การก้าวเท้า จะใช้การลากเท้าด้วยปลายเท้าไปกับพื้น ประกอบด้วย 5  จังหวะ ได้แก่ วอลทซ์, แทงโก้, สโลว์, ควิกเสตป และ ควิกวอลทซ์  และปัจจุบันยังมีการพัฒนาจนเกิดเป็น ลีลาศประเภทลาตินอเมริกัน (Latin American) เป็นการลีลาศจังหวะค่อนข้างเร็ว เน้นความคล่องแคล่ว ส่วนใหญ่จะใช้ไหล่ เอว สะโพก เข่า และข้อเท้า  มี 12 จังหวะ อาทิ รุมบ้า , บีกิน,ช่าช่าช่า, ร็อคแอนด์โรล และ แซมบ้า เป็นต้น

สำหรับการเต้นเพื่อความบันเทิง เช่น การเต้นสมัยใหม่ หรือ โมเดิร์นดานซ์ (Modern Dance) บ้างเรียกว่า  “การเต้นร่วมสมัย” (Contemporary Dance) เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นการต่อต้านรูปแบบการเต้นที่เคร่งครัดของบัลเล่ต์ ให้ความสำคัญกับการแสดงความรู้สึกนึกคิดของผู้แสดง โดยไม่คำนึงถึงท่าทางมาตรฐาน

อีกหนึ่งการเต้นที่น่าสนใจคือ Musical Stage Dance ที่พบได้ในละครเพลงบรอดเวย์ (Broadway) เน้นที่ความสดใส ความตระการตา ท่าเต้นจะประดิษฐ์ขึ้นงดงาม เป็นการเต้นที่มีการผสมผสานการเต้นหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน โดยส่วนใหญ่จะประยุกต์เอาลักษณะการเต้นของ แจสซ์, บัลเลต์, แท็ป และแม้แต่ ระบำชนเผ่า

ปิดท้ายที่การเต้นอันไม่เป็นทางการและเป็นการเต้นเฉพาะถิ่น อย่าง การเต้นเพื่อความรื่นเริงตามเทศกาล (Recreation Dance) เน้นเต้นเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงตามเทศกาลในโอกาส  เช่น  การเต้นรำพื้นเมือง (Folk Dance) เน้นการเต้นง่ายๆ ใช้เพลงทำนองง่ายๆมีจังหวะที่ชัดเจน บางครั้งใช้การตบมือแทนการให้จังหวะ รวมทั้ง ระบำชนเผ่า (Ethnic Dance) คือการเต้นของชนเผ่าต่างๆ ในยุโรป ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติ หรือประเพณีทางสังคม

ปัจจุบันการเต้นของชาวยุโรปได้รับความสนใจทั่วโลกไม่จำกัดวงอยู่เพียงแค่ชาวยุโรปคนที่รักในการเต้นทั่วโลกสามารถศึกษาและทดลองเต้นได้หากมีใจรัก

This entry was posted in ART.