info@tangopilgrim.com | +66 954789624
อัตราแลกเปลี่ยน

ส่ากันด้วยเรื่องของ ‘สกุลเงิน” และค่าเงินต่างๆ ของแต่ละประเทศนั้น จะมีค่าเงินที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการจะเปลี่ยนเงินไปยังสกุลเงินอื่นๆ นั้น จะต้องรูเกี่ยวกับ “อัตราการแลกเปลี่ยนเงิน” กันด้วยครับ จะเป็นอย่างไรถ้าเรามีความรู้เกี่ยวกับอัตราการแลกเปลี่ยนเงินนี้และสามารถสร้างมูลค่าของเงินเพิ่มได้ บทความนี้เลยจะพาทุกๆ ท่านไป “รู้จักกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่น่าสนใจ” กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย!!!

อัตราการแลกเปลี่ยนเงิน คืออะไร

อัตราการแลกเปลี่ยน หรือ การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน หมายถึง กระบวนการแปลงสกุลเงินหนึ่งเป็นอีกสกุลเงินหนึ่งตามอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นอยู่ มีบทบาทสำคัญในการค้าระหว่างประเทศ การเดินทาง และระบบการเงินการธนาคาร ยกตัวอย่างเช่นเมื่อต้องทำธุรกรรมข้ามประเทศ มักจะต้องแปลงสกุลเงินท้องถิ่นเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ประเทศปลายทางยอมรับนั่นเอง

ค่าเงินขึ้นกับอะไรบ้าง?

ค่าเงินสกุลต่าง ๆ เปรียบเสมือนสินค้าชนิดหนึ่งที่ราคาถูกกำหนดโดยกลไกตลาด ประกอบด้วยความต้องการซื้อ (อุปสงค์) และความต้องการขาย (อุปทาน) จากผู้นำเข้าส่งออก สถาบันการเงิน นักลงทุนต่างชาติ และกองทุนต่าง ๆ ที่ต้องการใช้เงินสกลุต่าง ๆ เป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ เก็งกำไร หรือธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยมีการซื้อขายกันตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ซึ่งส่งผ่านมาเป็นอัตราแลกเปลี่ยนที่บุคคลทั่วซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่าง ๆ แบบรายวันกับธนาคารพาณิชย์หรือผู้ให้บริการแลกเงินนั่นเอง

ค่าเงินแข็ง/อ่อน คืออะไร

อัตราแลกเปลี่ยนไม่จำเป็นต้องเท่าเดิมเสมอไป อาจแพงขึ้นหรือถูกลงก็ได้ หรือที่ได้ยินบ่อย ๆ ว่าค่าเงินแข็งหรืออ่อน ยกตัวอย่าง “ค่าเงินบาทแข็ง” หมายถึง เงินบาทมีค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น หากเมื่อวานนี้ใช้เงิน 30 บาท แลกได้ 1 ดอลลาร์สหรัฐ แต่วันนี้อัตราแลกเปลี่ยนถูกปรับเป็น 28 บาท แลกได้ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น เงินบาทมีค่ามากขึ้นหรือ “แพงขึ้น” เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หรือเรียกว่า “ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ”

บทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางที่เกี่ยวกับข้องกับค่าเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถกำหนดปริมาณเงินบาทในระบบการเงินผ่านมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง และการดำเนินการผ่านตลาดการเงิน เป็นต้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะส่งผลให้อุปสงค์และอุปทานของเงินบาทเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงตาม เช่น

– ธนาคารกลางเห็นว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงเกินไป จึงกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามกฎหมายเพิ่มขึ้น ทำให้เงิน ที่ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยกู้ได้มีจำนวนลดลง ส่งผลให้ปริมาณเงินบาทในประเทศลดลงตาม จึงเปรียบเสมือนกับการลดอุปทานหรือปริมาณของเงินบาททำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งขึ้น

– ธนาคารกลางเห็นว่าเงินฝืดอยู่ในระดับสูงเกินไป จึงกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ลดระดับอัตราดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ ทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น เปรียบเสมือนการเพิ่มอุปทานของเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง

ค่าเงินเปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบกับใครบ้าง?

อัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ เช่น ธุรกิจนำเข้าหรือส่งออกสินค้าและบริการ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปที่ต้องบริโภคหรืออุปโภคสินค้าและบริการที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนย่อมมีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์เสมอ ซึ่งยกตัวอย่างได้ 3 ข้อดังนี้

●นักท่องเที่ยว
– แลกสกุลเงินตราต่างประเทศด้วยเงินบาทได้มากขึ้น และซื้อสินค้าในต่างประเทศได้ถูกลง เมื่อเงินบาทแข็งค่
– แลกสกุลเงินตราต่างประเทศด้วยเงินบาทได้น้อยลง และซื้อสินค้าในต่างประเทศแพงขึ้นลง เมื่อเงินบาทแข็งค่า

●ประชาชนทั่วไป

– สินค้านำเข้ามีราคาถูกลง เมื่อเงินบาทแข็งค่า
– สินค้านำเข้ามีราคาสูงขึ้น เมื่อเงินบาทแข็งค่า

●บริษัทส่งออก

– เงินที่ได้รับจากคู่ค้าต่างประเทศ มีมูลค่าลดลง เมื่อเงินบาทแข็งค่า
– เงินที่ได้รับจากคู่ค้าต่างประเทศ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเงินบาทแข็งค่า

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “รู้จักกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่น่าสนใจ” ที่เราได้รำมาฝากพร้อมกับความรู้ส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจ เราหวังว่าทุกๆ ท่านจะชอบและเห็นประโยชน์ของข้อมูลนี้ไม่มากก็น้อยกันนะ