ว่ากันด้วยเรื่องของ “การฝากเงิน” เป็นสิ่งที่จะทำให้เราสามารถทำได้หลากหลายวิธีเลยหล่ะครับ เพื่อที่จะฝากเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นอะไรที่เราสามารถทำได้ดีกว่าที่คุณคิดเลยหล่ะ บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “แนวทางการฝากเงินให้ได้ประโยชน์” กันดีกว่าครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!!
รู้จักกับ “บัญชีเงินฝาก”
บัญชีเงินฝาก (Deposit) คือ ผู้ฝากเงินกับธนาคารเข้าใจรายละเอียดและเงื่อนไขการฝากเงินมากน้อยแตกต่างกันไป และอาจมีบางส่วนเชื่อมั่นว่าเมื่อฝากเงินก็ต้องได้รับดอกเบี้ยตามที่โฆษณาเป็นผลตอบแทนอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ด้านเงินฝากมีหลากหลายรูปแบบ และบางรูปแบบมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น ถ้าถอนก่อนกำหนดจะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่สถาบันการเงินประกาศ หรือถ้าถอนเงินมากกว่าจำนวนครั้งที่กำหนดใน 1 เดือนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการถอน เราจึงควรศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อช่วยทำให้เราได้รับผลตอบแทนจากการฝากเงินตามเป้าหมายที่เราวางไว้ หรือไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมโดยไม่ได้ตั้งใจ
บัญชีเงินฝากมีกี่ประเภท
บัญชีเงินฝากแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ จะเป็นบัญชีที่ธนาคารพาณิชย์ ทำออกมาเพื่อให้ลูกค้ารายย่อย โดยใช้จะเน้นความสะดวกสบายในการฝากและถอนเงิน โดยจะมีไม่มีการกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการฝากและถอน หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์นั้นจากดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงินด้วย ซึ่งธนาคารพาณิชย์จะจ่ายเงินให้ผู้ฝากปีล่ะ 2 ครั้ง โดยจะคำนวณเป็นรายวัน แต่อัตราดอกเบี้ยจะค่อนข้างน้อยเพราะว่าไม่มีการกำหนดเวลาในการฝาก จะถอนเมื่อไรก็ได้ ธนาคารจึงไม่สามารถนำเงินไปต่อยอดได้มาก และคนส่วนใหญ่จะไม่นำเงินจำนวนมากมาฝากในบัญชีประเภทนี้ ทำให้ไม่เห็นผลกำไรที่ชัดเจน
2. บัญชีเงินฝากประจำ
เป็นบัญชีเงินฝากที่มีการกำหนดระยะเวลาและจำนวนเงินขั้นต่ำในการฝาก โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์เพราะว่าการฝากเงินใน บัญชีเงินฝากประจำจะมีระยะเวลาในการฝากที่นานกว่าบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์ ธนาคารจึงสามารถนำเงินไปต่อยอดเพิ่มได้เช่น การนำเงินไปปล่อยกู้ นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เป็นต้น บัญชีเงินฝากประจำจึงเหมาะกับคนที่มีเงินสดไม่จำเป็นต้องใช้และต้องการให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และรับความเสี่ยงได้น้อย เพราะการลงทุนประเภทเงินฝากถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยหรือไม่มีความเสี่ยง
แนวทางการฝากเงินให้ได้ประโยชน์
●ระยะเวลาการฝาก ถ้าต้องการเงินไว้ใช้ระยะสั้น เช่น น้อยกว่า 1 ปี ควรพิจารณาฝากประจำระยะสั้น หรือบัญชีออมทรัพย์ที่สามารถถอนได้ง่าย แต่ถ้าไม่ต้องใช้ในระยะยาว เช่น 2-3 ปีขึ้นไป การฝากประจำระยะยาวจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
ความเสี่ยง หากต้องการความเสี่ยงต่ำ การฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์เป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้ายอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น อาจพิจารณาการลงทุนอื่นๆ เช่น กองทุนรวม หุ้น พันธบัตร เป็นต้น
●ภาษี บางประเภทของการออม เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้ผลตอบแทนสุทธิสูงกว่า
●อัตราดอกเบี้ย เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากแหล่งต่างๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ รวมถึงอัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้และตลาดทุน
●สภาพคล่อง พิจารณาว่าต้องการสภาพคล่องแค่ไหน ถ้าต้องการใช้เงินได้ทันที ออมทรัพย์ฝากธนาคารดีกว่าฝากประจำ แต่ถ้าไม่ต้องใช้เงินในระยะเวลาหนึ่ง ก็อาจเลือกฝากประจำเพื่อให้ได้ดอกผลสูงกว่า
ดังนั้นต้องประเมินความต้องการ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมถึงกฎระเบียบด้านภาษี เพื่อเลือกวิธีออมที่เหมาะสมและให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับตนเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “แนวทางการฝากเงินให้ได้ประโยชน์” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันครับ หวังว่าจะเป็นแนวทางที่ดีในการฝากเงินนะครับ
