ตัดสินใจสอบ IELTS แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

      การทดสอบระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษด้วยข้อสอบระดับสากลที่มีมาตรฐานสูงอย่าง  IELTS แน่นอนนอกจากจะนำไปใช้เพื่อการสมัครงาน หรือ สมัครเข้าศึกษาในสถาบันชั้นนำ ผลสอบยังจะบอกให้คุณทราบว่าคุณมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในแต่ละทักษะระดับใด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง

นอกจากที่กล่าวมา การสอบ IELTS ยังส่งผลดีต่อคุณในอีกหลายประการ ผลสำรวจจาก British Council ยังพบว่าผู้ที่ทำการเตรียมตัวและเข้าสอบ IELTS ได้รับผลลัพธ์ที่ดี หลายประการ โดยพบว่า  ผู้สอบ 52% กล่าวว่า IELTS ช่วยให้ประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรมเชิงวิชาการที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เช่น การฟังบรรยายและการเขียนรายงาน  ในขณะที่ 63% กล่าวว่า การเตรียมสอบ IELTS ช่วยให้การเรียนรู้ในชั้นเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ในส่วนผู้สอบ 60% กล่าวว่า คะแนนสอบ IELTS ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถทางภาษาอังกฤษ มีประโยชน์ในการสมัครงานและการทำงาน  และ ผู้สอบ 63% กล่าวว่า การเตรียมสอบ IELTS ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันด้วยภาษาอังกฤษได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตัดสินใจสอบ IELTS แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

เนื่องจาก IELTS เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันมากกว่า 9,000 แห่ง ใน 140 ประเทศทั่วโลก ดังนั้นคะแนนสอบ IELTS  จึงช่วยให้สามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาในโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ได้   ไม่เพียงใช้เป็นใบเบิกทาง ผู้สอบ IELTS  ยังพบว่าตัวเองมีความพร้อมมากขึ้นในการเรียนหนังสือในหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร  เพราะ IELTS ช่วยส่งเสริมทักษะการพูดและการเขียน รวมถึงพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการอ่านและการฟังอย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ ทำให้การฟังบรรยายและการเขียนรายงานดีขึ้น ช่วยให้การเรียนรู้ในชั้นเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คะแนน  IELTS ยังสร้างโอกาสในการทำงานด้วย ช่วยให้เริ่มงานได้อย่างสดใสและมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานทั้งในและต่างประเทศ ผู้สอบจำนวนมากต่างรู้สึกว่า การสอบ IELTS ช่วยให้มีความได้เปรียบในการเริ่มทำงาน เนื่องจากช่วยสร้างความมั่นใจ ช่วยให้มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งหรือได้รับเงินเดือนสูงขึ้น ช่วยให้ใบสมัครงานดูมีภาษีมากขึ้น ช่วยพัฒนาทักษะในการตอบคำถามสัมภาษณ์งาน และช่วยในการสื่อสาร รวมทั้งช่วยให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและเอาตัวรอดได้ทำให้ผู้สอบสามารถเผชิญกับความท้าทายทางสังคมและหน้าที่การงานในต่างประเทศได้อีกด้วย

เมื่อทราบข้อดีของการสอบ IELTS แล้วก็อยากให้ท่านที่คิดว่าการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญได้ทำการเตรียมตัวและทำการทดสอบ โดยในเบื้องต้นอาจทดลองทำข้อสอบชุดที่เป็นการจำลองการสอบจริงก่อนเมื่อมีความมั่นใจมากขึ้นจึงสมัครสอบ และหากสอบแล้วในครั้งแรกคะแนนไม่ดีก็จงอย่าท้อใจเพราะคุณสามารถเตรียมตัวสอบใหม่ได้เสมอ และการเตรียมตัวเพื่อให้สอบได้คะแนนตามที่ต้องการ เป็นการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย สักวันเมื่อความตั้งใจนำคุณไปสู่ความสำเร็จคุณจะรู้สึกปลื้มใจในตัวเอง

 

วัฒนธรรมการเต้นของชาวยุโรป

ชาวยุโรป เป็นหนึ่งในชนชาติที่มีวัฒนธรรมโดดเด่นในหลายเรื่อง การเต้น เป็นหนึ่งในนั้น  การเต้น  (Dance)  เป็นหนึ่งใน ศิลปะการแสดงของตะวันตก (Western Performing Arts)  การเต้นขอชาวยุโรปมีรูปแบบที่หลากหลายและใช้ในหลายกิจกรรมที่แตกต่างกัน มีทั้งการเต้นเพื่อความสนุกสนาน การเต้นเพื่อการเข้าสังคม และการเต้นที่เป็นศิลปะชั้นสูง ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น เราขอนำเอาการเต้นของชาวยุโรปมานำเสนอโดยได้คัดเอาการเต้นที่ได้รับความนิยมสูงมานำเสนอ

วัฒนธรรมการเต้นของชาวยุโรป

บัลเล่ต์ (Ballet) หรือระบำปลายเท้า เป็น การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ใช้การถ่วงดุลน้ำหนัก และการสร้างรูปทรงของร่างกายให้งดงาม โดยเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรี  สามารถแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ต่างๆ เช่น อารมณ์เศร้า อารมณ์อ่อนหวาน อารมณ์รุนแรง ใช้ดนตรียังทำหน้าที่ดำเนินเรื่องแทนการใช้บทสนทนาหรือบทพากย์   เรื่องที่นิยมนำมาแสดงได้แก่ Swan Lake , เจ้าหญิงนิทรา, นัทแครกเกร์อ

การเต้นลีลาศ (Social Dance) คือการเต้นรำเข้าจังหวะของชาวตะวันตกที่นิยมเต้นเป็นคู่  เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อการเข้าสังคมชองชาวยุโรป แบ่งเป็น ประเภทบอลล์รูม (Ballroom) คือลีลาศที่ใช้จังหวะนิ่มนวล สง่างาม ลำตัวจะตั้งตรงเป็นส่วนใหญ่ การก้าวเท้า จะใช้การลากเท้าด้วยปลายเท้าไปกับพื้น ประกอบด้วย 5  จังหวะ ได้แก่ วอลทซ์, แทงโก้, สโลว์, ควิกเสตป และ ควิกวอลทซ์  และปัจจุบันยังมีการพัฒนาจนเกิดเป็น ลีลาศประเภทลาตินอเมริกัน (Latin American) เป็นการลีลาศจังหวะค่อนข้างเร็ว เน้นความคล่องแคล่ว ส่วนใหญ่จะใช้ไหล่ เอว สะโพก เข่า และข้อเท้า  มี 12 จังหวะ อาทิ รุมบ้า , บีกิน,ช่าช่าช่า, ร็อคแอนด์โรล และ แซมบ้า เป็นต้น

สำหรับการเต้นเพื่อความบันเทิง เช่น การเต้นสมัยใหม่ หรือ โมเดิร์นดานซ์ (Modern Dance) บ้างเรียกว่า  “การเต้นร่วมสมัย” (Contemporary Dance) เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นการต่อต้านรูปแบบการเต้นที่เคร่งครัดของบัลเล่ต์ ให้ความสำคัญกับการแสดงความรู้สึกนึกคิดของผู้แสดง โดยไม่คำนึงถึงท่าทางมาตรฐาน

อีกหนึ่งการเต้นที่น่าสนใจคือ Musical Stage Dance ที่พบได้ในละครเพลงบรอดเวย์ (Broadway) เน้นที่ความสดใส ความตระการตา ท่าเต้นจะประดิษฐ์ขึ้นงดงาม เป็นการเต้นที่มีการผสมผสานการเต้นหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน โดยส่วนใหญ่จะประยุกต์เอาลักษณะการเต้นของ แจสซ์, บัลเลต์, แท็ป และแม้แต่ ระบำชนเผ่า

ปิดท้ายที่การเต้นอันไม่เป็นทางการและเป็นการเต้นเฉพาะถิ่น อย่าง การเต้นเพื่อความรื่นเริงตามเทศกาล (Recreation Dance) เน้นเต้นเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงตามเทศกาลในโอกาส  เช่น  การเต้นรำพื้นเมือง (Folk Dance) เน้นการเต้นง่ายๆ ใช้เพลงทำนองง่ายๆมีจังหวะที่ชัดเจน บางครั้งใช้การตบมือแทนการให้จังหวะ รวมทั้ง ระบำชนเผ่า (Ethnic Dance) คือการเต้นของชนเผ่าต่างๆ ในยุโรป ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติ หรือประเพณีทางสังคม

ปัจจุบันการเต้นของชาวยุโรปได้รับความสนใจทั่วโลกไม่จำกัดวงอยู่เพียงแค่ชาวยุโรปคนที่รักในการเต้นทั่วโลกสามารถศึกษาและทดลองเต้นได้หากมีใจรัก

This entry was posted in ART.